โปรแกรมเลเซอร์

คีลอยด์ (Keloid) คืออะไร และรักษาได้อย่างไรดี

คีลอยด์เป็นแผลเป็นที่ขยายเกินขอบแผลเดิม ทำความเข้าใจปัจจัยที่เกี่ยวข้องและทางเลือกในการดูแล

บทความจาก Rosabelle Clinic27 ก.พ. 2564อ่าน 3 นาที
คีลอยด์ (Keloid) คืออะไร และรักษาได้อย่างไรดี

แผลเป็นมีกี่ชนิด

แผลเป็นหลังเกิดบาดแผลมีหลายรูปแบบแต่แผลเป็นที่เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ:

  1. แผลเป็นที่โตนูน (hypertrophic scar / keloid)
  2. แผลเป็นที่ลึกบุ๋ม (depressed scar)
  3. แผลเป็นที่มีการหดรั้ง (scar contracture)

แผลคีลอยด์คืออะไร

คีลอยด์เป็นแผลเป็นนูนที่ขยายเกินขอบเขตของบาดแผลเดิม ต่างจากแผลเป็นนูนบางชนิดที่ยังอยู่ในขอบแผล ควรให้แพทย์ตรวจลักษณะจริง ไม่ใช้สีหรือความนูนอย่างเดียวแยกชนิด

บางรายอาจมีอาการเจ็บหรือคันและแผลขยายขึ้น พบได้ในผู้ชายและผู้หญิง แต่มักเกิดในผู้ที่มีผิวเข้มและวัยรุ่นมากกว่าผู้ใหญ่ การเกิดแผลคีลอยด์อาจมีแนวโน้มจากพันธุกรรม

ทำไมถึงเกิดเป็นแผลคีลอยด์

สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติทำให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อเจริญเติบโตและสร้างคอลลาเจนมากกว่าปกติ

สาเหตุอื่นๆ:

  • การเป็นสิวอักเสบ
  • การฉีดวัคซีน
  • การปลูกฝี
  • การผ่าตัด
  • แผลจากอีสุกอีใส
  • แผลจากอุบัติเหตุ
  • แผลไฟไหม้
  • การสักหรือลบรอยสัก
  • การเจาะหูโดยเฉพาะบริเวณกระดูกอ่อน

คีลอยด์สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย มักพบบริเวณ: หน้าอก หัวไหล่ หลังด้านบน ลำคอ แนวกราม ใบหู

วิธีรักษาแผลคีลอยด์

  1. การฉีดยาด้วยยาสเตียรอยด์ - ลดการอักเสบของแผลเป็นนูน ฉีดเข้าไปในแผลโดยตรง แพทย์กำหนดระยะห่างและจำนวนครั้งตามชนิดแผลและการตอบสนอง ไม่ควรสรุปว่าแผลที่เป็นมานานจะไม่มีทางรักษาหรือทุกคนต้องฉีดตามตารางเดียวกัน
  2. การผ่าตัดแผลคีลอยด์ - สามารถรักษาได้บางกรณี ทำเฉพาะภายใต้การดูแลของแพทย์
  3. การรักษาด้วยการฉายรังสี
  4. การใช้เลเซอร์ - เช่น Fractional CO2
  5. การใช้แผ่นซิลิโคนลดแผลเป็น
  6. การใช้ยาทา - ทั้งแบบครีมและแบบเจล
  7. การใช้ความเย็นจัดในการรักษา

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ก่อนตัดสินใจรับบริการ

สอบถามแพทย์ถึงทางเลือก ข้อจำกัด ผลข้างเคียง และค่าใช้จ่ายของวิธีที่สนใจ ข้อมูลในบทความไม่แทนการตรวจประเมินรายบุคคล

แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ ไม่ควรหยุดยาหรือปรับยาเอง หากจำเป็นต้องเปลี่ยนยาให้ปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยา

การลดโอกาสเกิดแผลเป็นและการดูแลแผล

ดูแลแผลให้สะอาดและทำตามคำแนะนำเรื่องการปิดแผลหรือความชุ่มชื้น ไม่แกะหรือเกาบริเวณแผล หลังแผลปิดแล้วควรถามแพทย์ว่าเหมาะกับแผ่นหรือเจลซิลิโคนหรือไม่ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์กับแผลเปิดเอง

ป้องกันแดดเมื่อผิวบริเวณนั้นพร้อมรับการดูแล เพราะสีผิวบริเวณแผลอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากแผลอยู่ใกล้ข้อหรือบริเวณที่มีแรงดึง ให้สอบถามวิธีเคลื่อนไหวและดูแลเฉพาะตำแหน่ง ไม่หยุดขยับอวัยวะเป็นเวลานานเอง

ผู้ที่เคยมีคีลอยด์หรือมีประวัติในครอบครัวควรแจ้งก่อนผ่าตัด เจาะหู หรือหัตถการที่ทำให้เกิดบาดแผล เพื่อวางแผนติดตามตั้งแต่ต้น ไม่มีวิธีป้องกันที่รับรองได้ว่าจะไม่เกิดคีลอยด์ทุกกรณี

ทำไมต้องใช้หลายวิธี และแผลกลับมาได้หรือไม่?

วิธีรักษามีเป้าหมายและข้อจำกัดต่างกัน แพทย์อาจพิจารณาร่วมกันตามขนาด ตำแหน่ง อาการและประวัติการรักษา การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวอาจเกิดแผลกลับมา จึงต้องวางแผนติดตาม ไม่ใช่ตัดออกแล้วถือว่าจบการรักษาเสมอ

รายการฉายรังสีหรือวิธีเฉพาะอื่นในบทความเป็นข้อมูลทางเลือกทางการแพทย์ ไม่ได้หมายความว่ามีให้บริการทุกวิธีที่คลินิก ต้องประเมินและส่งต่อเมื่อเหมาะสม

เมื่อไรควรกลับมาพบแพทย์?

เมื่อแผลโตขึ้น เจ็บ คัน หรือเริ่มจำกัดการเคลื่อนไหว ควรประเมินเพิ่มเติม หากมีแผลเปิด เลือดออก หรือรอยโรคเปลี่ยนแปลงผิดไปจากเดิม ควรตรวจวินิจฉัย ไม่สรุปว่าเป็นคีลอยด์โดยดูจากภาพอย่างเดียว

ข้อมูลการรักษาคีลอยด์จาก American Academy of Dermatology

สอบถามบริการและนัดหมาย

สอบถามรายละเอียดบริการ ค่าใช้จ่าย และคิวว่าง ก่อนนัดหมายเพื่อประเมินกับแพทย์

โทรจองคิวทักไลน์สอบถาม